รักษาผิวไหม้แดด ด้วยวิธีธรรมชาติ

ใครๆก็รู้ว่า ครีมกันแดดเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะวันที่ต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือวันที่ต้องเผชิญแดดมาก การจะให้ครีมกันแดดปกป้องผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด คุณจำเป็นต้องทาครีมกันแดดอย่างน้อย 30 นาทีก่อนเผชิญแสงแดด และทาเพิ่มทุกๆ 2 ชั่วโมง แต่เอาเข้าจริงแล้ว จะมีซักกี่คนที่สามารถทำอย่างนั้นได้เป็นประจำ โดยเฉพาะเวลาเล่นกีฬากลางแจ้ง เล่นทะเล หรือเดินเที่ยวในเวลากลางวัน หลายๆคนก็คงจะเพลิดเพลินจนลืมนึกไปว่า ครีมกันแดดที่ทาไว้ตั้งแต่เช้าหมดประสิทธิภาพไปนานแล้ว  มารู้ตัวอีกที  ผิวก็ไหม้ไปซะแล้ว

woman-summer

ผิวไหม้แดดไม่เพียงแต่ทำให้ผิวดูเสีย และหมองคล้ำ แต่ยังทำให้รู้สึกแสบ ร้อน และทำให้ผิวตอบสนองต่อสิ่งรอบข้างไวขึ้นอีกด้วย เมื่อผิวไหม้ไปเเล้ว ก็ทำอะไรมากไม่ได้ นอกจากการดูแลรักษาจนผิวกลับสภาพเดิม แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เพราะในวันนี้ เราได้รวบรวมวิธีการบำรุงผิวไหม้แดดแบบธรรมชาติ 5 วิธี ที่สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง ไปติดตามกันดูได้เลยจร้า

  1. ว่านหางจระเข้
    Arovera-skin-care
    หรือ น้ำมันมะพร้าว 
    ว่านหางจระเข้ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบครีม หรือเจล ล้วนมีประโยชน์ในการรักษาผิวไหม้แดดมาก พืชชนิดนี้มีคุณสมบัติในการผ่อนคลายผิว ระบายความร้อนที่ผิวโดนแผดเผา และยังช่วยรักษา และป้องกันแผลเป็นอีกด้วย พยายามเลือกผลิตภัณฑ์ที่ใช้ส่วนประกอบส่วนใหญ่เป็นว่านหางจระเข้เต็มๆ และผสมสารเจือปนอื่นๆน้อย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เช่น ผลิตภัณฑ์ Aloe Vera Gel จากยี่ห้อ Banana Boat ที่ใช้ได้ผลค่อนข้างดีเลยทีเดียว น้ำมันมะพร้าวก็มีคุณสมบัติแบบเดียวกัน แต่จะไม่ทำให้ผิวรู้สึกเย็น และผ่อนคลายได้เท่าว่านหางจระเข้ อย่างไรก็ตาม ควรรีบทาครีม หรือเจลดังกล่าวหลังจากผิวโดนแดดเผาให้เร็วที่สุด
  2. โยเกิร์ต และ ถุงชา
    yogurt-homemade-yogurt

    โยเกิร์ตมีคุณสมบัติในการดูดซับความร้อน ให้วิตามิน และบรรเทาอาการไหม้ ทำให้ผิวไหม้แดดผ่อนคลาย และมีความชุ่มชื้นมากขึ้น วิธีใช้คือ ทาโยเกิร์ต (ควรเป็นรสธรรมชาติ) ลงบนบริเวณที่ไม้ ทิ้งไว้ซักพัก แล้วล้างออกได้เลยค่ะ สำหรับถุงชานั้น มีสรรพคุณในการลดบวม และลดความเจ็บปวด โดยเฉพาะที่บริเวณตา นอกจากนี้ยังสามารถบรรเทาอาการแสบจากแผลไหม้แดดได้ด้วย วิธีทำคือให้นำถุงชาไปแช่ในน้ำเย็น และไปประคบบริเวณที่ไหม้ได้เลย
  3. แตงโม
    watermelon

    แตงโมเป็นผลไม้ที่มีส่วนประกอบเป็นน้ำมาก แตงโมซีกใหญ่ 1 ซีก มีน้ำถึง 9 ออนซ์ หรือมากกว่า 1 ถ้วยเต็ม ซึ่งสามารถช่วยคลายความร้อนออกจากผิว และภายในร่างกาย ทำให้ผิวที่ไหม้เริ่มฟื้นฟูสภาพกลับมาเป็นเหมือนเดิม นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งรวมของ Lycopene ซึ่งช่วยต่อต้านโรคหัวใจ และหลอดเลือดอักเสบ วิธีใช้คือ การรับประทานแตงโมนี่แหละค่ะ ไม่ต้องนำไปทา หรือประคบใดๆ ทั้งอร่อย แถมยังได้ประโยชน์อีกด้วย หากใครอยากลองเปลี่ยน ลองทำน้ำแตงโมคั้นสดก็ได้ แต่ต้องระวังอย่าใส่น้ำตาลมากเกินไป
  4. โอ๊ตมีล
    oatmeal

    โอ๊ตมีลมีคุณสมบัติในการบรรเทาอาการไหม้ และช่วยให้ฟื้นฟูผิวให้กลับสู่สภาพเดิม โดยให้ความชุ่มชื้นกับผิวด้วย วิธีใช้มี 2 วิธี อย่างแรกคือ การนำโอ๊ตมีล 1 ถ้วยเทลงไปในอ่างอาบน้ำ (ใช้น้ำเย็น) แล้วก็แช่ตัวประมาณครึ่งชั่วโมง พยายามหลีกเลี่ยงการใช้ผ้าเช็ดให้ตัวแห้ง ปล่อยให้ตัวแห้งโดยธรรมชาติจะดีกว่า วิธีต่อมาคือ การนำโอ๊ตมีลไปต้มกับน้ำจนได้เป็นน้ำเหลวๆหน่อย ทิ้งไว้ให้เย็น จึงจะใช้ทาบริเวณที่ผิวไหม้ได้ ทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น
  5. น้ำ
    Drinking water

    เมื่อร่างกายจากแดดมาก ร่างกายก็จะสูญเสียน้ำมากตามไปด้วย ดังนั้น การดื่มน้ำเป็นประจำจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ยิ่งถ้าผิวไหม้ไปแล้ว ก็ยิ่งต้องดื่มน้ำให้มากขึ้น เพราะน้ำมีส่วนช่วยในการซ่อมแซมเซลล์ต่างๆในร่างกาย ทำให้สุขภาพผิวฟื้นตัวเร็วขึ้น นอกจากการดื่มน้ำแล้ว การแช่น้ำก็สามารถช่วบรรเทาอาการเจ็บปวดจากผิวไหม้แดดได้ แต่ต้องไม่ใช้สบู่อย่างเด็ดขาด ไม่ว่าคุณจะอาบน้ำฝักบัว หรือแช่น้ำในอ่าง ให้หลีกเลี่ยงการใช้สบู่ เพราะผิวไหม้แดดนั้นค่อนข้างบอบบาง และสารเคมีจากสบู่จะทำให้ผิวยิ่งระคายเคือง และอาจทำให้แห้ง หรือคันมากขึ้นไปอีก

iraq-summer-woman

ทั้งหมดนี้คือ 5 วิธีง่ายๆในการรักษาผิวไหม้แดดด้วยวิธีธรรมชาติ ที่สามารถทำได้ง่ายๆที่บ้าน อย่างไรก็ตาม ผิวที่ไหม้ย่อมต้องใช้เวลาพอสมควรในการรักษา และในการกลับมาเป็นสภาพเดิม นอกจากวิธีเหล่านี้แล้ว การใช้ครีมมอยส์เจอร์ไรส์เซอร์ก็สามารถช่วยบรรเทาอาการไหม้เช่นกัน เพราะเป็นการเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวที่ถูกทำลาย แต่จริงๆแล้ว ทางที่ดีที่สุดก็คือ การป้องกันไม่ให้ผิวไหม้ตั้งแต่แรก ดังนั้น หากรู้ว่าต้องเผชิญแดดเป็นเวลานาน ควรต้องหมั่นทาครีมกันแดด ใส่เสื้อผ้าที่สามารถปกป้องผิวได้ และดื่มน้ำเป็นประจำ รับรองว่าจะสามารถช่วยให้ผิวของคุณไหม้น้อยลงอย่างแน่นอนค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *