ครีมกันแดด เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ขาดไม่ได้เป็นอันขาดในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าคุณจะต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือนั่งอยู่ในออฟฟิศทั้งวัน ครีมกันแดดไม่ได้มีไว้เฉพาะเพื่อคนที่อยากมีผิวขาวใส หรือคนที่กลัวดำเท่านั้น แต่มันช่วยปกป้องผิวจากอันตรายของรังสียูวีบี ซึ่งเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้ ยิ่งเวลาผ่านไปรังสียูวีจากพระอาทิตย์ก็ดูจะยิ่งทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในเมืองร้อนอย่างประเทศไทยเรา

back-skin-sunscreen

ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดมากมาย และยังมีเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของสารกันแดด เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายแก่การใช้ในแต่ละวันมากขึ้นด้วย ซึ่งแต่ละผลิตภัณฑ์นั้น ก็จะมีค่า SPF (Sun Protection Factor) กำกับไว้ที่ฉลากผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นตัวบ่งบอกความสามารถของครีมกันแดดในการป้องกันรังสียูวีบี ที่ทำให้ผิวไหม้ได้ ตัวเลขค่า SPF แสดงถึงระยะเวลาที่ครีมกันแดดสามารถช่วยปกป้องผิวไม่ให้โดนแสงแดดเผาจนไหม้ อย่างไรก็ตามตัวเลขค่า SPF ไม่สามารถบอกเวลาได้ตายตัว แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าในแต่ละวัน เราควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีค่า SPF เท่าไหร่ จึงจะเพียงพอต่อการป้องกันแสงแดด มาหาคำตอบกันค่ะ

woman-white-skin

ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวส่วนใหญ่เผยว่า ครีมกันแดดที่เพียงพอควรมี SPF 30 ขึ้นไป ซึ่งสามารถสะท้อนรังสียูวีได้ถึง 97% แต่นี่ก็ขึ้นอยู่กับการทาครีมของแต่ละคนด้วย หากคุณทาไม่ทั่วหน้า หรือทาครีมกันแดดบางเกินไป แน่นอนว่าประสิทธิภาพการสะท้อนแสงแดดก็จะลดตามไปด้วย ศาสตราจารย์ Mona Gohara แห่งมหาวิทยาลัย Yale University ได้ให้สัมภาษณ์กับเว็บ Allure.com ว่า “ไม่ว่าคุณจะใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของครีมกันแดดกี่ตัวบนหน้าคุณ ค่า SPF ที่ได้นั้น จะมาจากตัวผลิตภัณฑ์ที่มี SPF สูงสุด แต่คุณไม่สามารถนำค่า SPF ของแต่ละผลิตภัณฑ์มารวมกันแล้วคิดว่า ทั้งหมดนี่ทำให้ปกป้องผิวได้มากกว่า”

woman-face-sunscren

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณใช้ไพรเมอร์ที่มี SPF 15 และใช้รองพื้นที่มี SPF 20 ในกรณีนี้ค่า SPF ที่ช่วยปกป้องผิวคุณก็จะเป็น 20 เท่านั้น ไม่ใช่ 35 อย่างที่หลายคนเข้าใจ ดังนั้น การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ SPF ตัวเดียวในแต่ละวันก็เพียงพอแล้ว เพราะความสามารถในการป้องกันแสงแดดนั้นขึ้นอยู่กับค่า SPF ที่สูงสุด นอกเสียจากว่าคุณใช้เครื่องสำอางที่มี SPF เพียงเฉพาะจุด เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นก็ควรใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดอื่นช่วย เพื่อให้ครอบคลุมผิวทั่วบริเวณด้วย

men-sport-sea

นอกจากนี้ ความเชื่อผิดๆที่หลายคนเชื่อโดยไม่รู้ตัว หรือคิดว่าไม่เป็นไรคือ ความเชื่อที่ว่าเมื่อทาครีมกันแดดตอนเช้าแล้ว ประสิทธิภาพของครีมจะคงอยู่ไปตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงๆ ในความเป็นจริงแล้วศาสตราจารย์ Gohara เผยว่าครีมกันแดดจะค่อยๆเสื่อมประสิทธิภาพลงหลังจากผ่านไป 2 ชั่วโมง ยิ่งถ้าโดนน้ำ หรือมีเหงื่อออกมาก ประสิทธิภาพก็จะยิ่งเสื่อมลงเร็วขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นจึงควรทาครีมกันแดดซ้ำหลังจากผ่านไป 2 ชั่วโมง แต่แน่นอนว่าน้อยคนนักที่จะสามารถหยิบครีมกันแดดขึ้นมาทาทุกๆ 2 ชั่วโมง คุณจึงควรหาทางเลือกอื่นที่สะดวก และรวดเร็วกว่า เช่น แป้งที่มีส่วนผสมของครีมกันแดด เพียงเท่านี้คุณก็สามารถรักษาประสิทธิภาพของครีมกันแดดได้เรื่อยๆ ทั้งวัน โดยที่ไม่ต้องใช้ครีมทาหน้าให้ลำบากตลอดเวลา

importance-of-sunscreen

ตอนนี้คุณผู้อ่านก็ได้ทราบแล้วว่า ผลิตภัณฑ์กันแดด ไม่ว่าจะเป็นครีมกันแดดเพียวๆ หรือเครื่องสำอางผสมครีมกันแดด ควรมี SPF 30 ขึ้นไป เพื่อการปกป้องผิวหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และควรใช้ซ้ำทุกๆ 2  ชั่วโมง นอกจากนี้ควรเลือกครีมกันแดดที่เป็นแบบกันน้ำได้ และควรเป็น Oil Free เพื่อป้องกันการอุดตันของผิว โดยส่วนตัวแล้วผลิตภัณฑ์กันแดดที่ถูกใจมากคือ Anessa ของ Shisedo เพราะนอกจากจะช่วยรักษาให้ผิวขาวใส ไม่หมองคล้ำ แม้จะโดนแดดมากแล้ว เนื้อครีมยังไม่เหนียวเหนอะหนะ และมีสูตรให้เลือกหลากหลายสูตร และขนาดตามความต้องการในแต่ละครั้ง มีทั้งแบบที่เหมาะสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง แบบที่ผสมกลิตเตอร์ทำให้หน้าดูใส เปล่งประกาย และแบบที่ผสมรองพื้นเล็กน้อย แต่นี่ก็เป็นเพียงความชื่นชอบส่วนตัวนะคะ คุณควรศึกษาคุณสมบัติของแต่ละผลิตภัณฑ์ให้ดีก่อนซื้อ ลองอ่านรีวิวจากผู้ใช้อื่นๆก็ได้ค่ะ เพราะครีมกันแดดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทุกคนควรจะมีติดตัวไว้ตลอดเวลา และต้องใช้ทุกวันเพื่อผิวหน้าขาวใส สุขภาพดีอย่างมั่นใจ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *