ทำไมผู้หญิงเอเชียถึงชอบผิวขาว

ผู้หญิงเอเชียมีค่านิยมในการมีผิวขาว ครีมตัวขาว ครีมทาผิวขาว โลชั่นผิวขาว หรือผลิตภัณฑ์ผิวขาวต่างๆจึงขายดีในประเทศไทย และประเทศใกล้เคียง แต่ในแถบยุโรปกลับตรงกันข้ามกัน ผู้หญิงยุโรปนิยมอาบแดด ย้อมผิวแทน หรือทำอย่างไรก็ได้ให้ตัวเองมีสีผิวที่เข้มขึ้น ความนิยมในเรื่องของผิวขาวหรือผิวเข้มนั้น มีที่มาจากค่านิยมและสังคมรอบข้าง

exposure-to-the-sun

ในทวีปเอเชียนั้น การมีผิวขาวหมายถึงการเป็นเป็นคนมีเงิน ทำงานในอาคาร ไม่ต้องออกมาทำงานตากแดด การมีผิวขาวจึงเป็นสัญลักษณ์แสดงฐานะอย่างหนึ่ง ยิ่งสื่อต่างๆ เต็มไปด้วยดารานักแสดงที่มีผิวขาวแล้ว ค่านิยมการมีผิวขาวจึงยิ่งแรงมากขึ้นเรื่อยๆจนเป็นอย่างในปัจจุบัน จนทำให้ผู้หญิงบางคน ยอมเสี่ยงมะเร็งผิวหนังจากผลิตภัณฑ์ผิวขาวต่างๆเพื่อผิวที่ขาวขึ้น

smile-woman-happy

แต่หากเรามองในมุมมองของชาวยุโรปหรือคนจากประเทศในแถบหนาวแล้ว ก็จะพบว่า ค่านิยมของพวกเขาคือการมีผิวสีเข้ม มากกว่าผิวขาว เพราะในมุมมองของพวกเขา คนที่มีเงินเท่านั้น ถึงจะสามารถไปอาบแดดตามประเทศในเขตร้อนได้ การมีผิวสีเข้มจึงเป็นเครื่องแสดงฐานะของชาวยุโรป เราจึงสามารถเห็นชาวยุโรปผมทองจำนวนมากนอนอาบแดดที่ริมหาดของประเทศเขตร้อน

women-on the-beach

มนุษย์เราย่อมแสวงหาในสิ่งที่เราขาด เพราะต้องการอะไรบางอย่างมาเติมเต็ม คนขาวที่ขาดความดำ จึงอยากมีผิวสีเข้ม ส่วนขนผิวสีเข้ม ก็เลยอยากผิวขาว เพราะเป็นสิ่งที่เขาขาดไป อีกเรื่องที่สำคัญคือ รสนิยมของเพศตรงข้าม อย่างหนึ่งที่สำคัญมากคือรูปลักษณ์ภายนอก การที่รูปลักษณ์ภายนอกดูดี ย่อมเปิดโอกาสให้ตัวเองมีโอกาสในการเลือกคู่ครองมาขึ้น เพราะธรรมชาติเราย่อมตัดสินคนจากภายนอกก่อนอยู่แล้ว นิสัยลึกๆเป็นอย่างไรก็ค่อยๆดูกันไปทีหลัง เมื่อผู้ชายไทยชอบผู้หญิงผิวขาว และผู้หญิงไทยก็ชอบผู้ชายผิวขาว จึงเกิดการพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้เป็นที่ถูกใจของเพศตรงข้าม เพื่อเปิดโอกาสในการเลือกคู่ครองนั่นเอง

natrue-mask-for-face

เมื่อเรามองให้ลึกลงไปอีก ค่านิยมเรื่องของสีผิวของคนไทยนั้น ได้หยั่งรากลึกลงมานานมากแล้ว เห็นได้จากการที่คนในสมัยก่อนมีวิธีทำให้ผิวขาว ด้วยการเอาขมิ้นและมะขามเปียกมาขัดตัว เพื่อให้มีผิวสีเหลือง ค่านิยมสมัยก่อนคือการมีผิวสีเหลืองเหมือนทองคำคือสวย ยิ่งเหลืองยิ่งสวย และค่านิยมนี้ก็ค่อยๆเปลี่ยนแปลงมาเป็นผิวขาวในปัจจุบัน ถ้าจะให้เปรียบเทียบก็เหมือนกับค่านิยมการมีฟันสีดำ ในเรื่องอิเหนา ก็มีการบรรยายศพของวิหยาสะกำว่า “ทนต์แดงดั่งแสงทับทิม” โดยสังคามาระตา สังคามาระตาสังหารวิหยาสะกำได้ในสงคราม และเมื่อลงมาสำรวจศพ ก็ได้กล่าวชมศพของวิหยาสะกำว่ามีฟันสีแดงสวยงาม ซึ่งหมายถึงวิหยาสะกำเพิ่งเป็นหนุ่ม กำลังหัดกินหมาก และอีกไม่นาน หมากจะทำให้ฟันมีสีดำเหมือนสีนิล ซึ่งเป็นค่านิยมความงามของคนในสมัยนั้น

white-girl

หลังจากที่เราเริ่มค้าขายกับชาวต่างชาติมากขึ้น ในสมัยของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ก็ได้มีการสั่งห้ามกินหมาก ค่านิยมการมีฟันดำก็ค่อยๆเปลี่ยนแปลงมาเป็นนิยมฟันขาว ส่วนค่านิยมผิวขาวนั้น ตามหลังมาติดๆจากนั้น แต่ไม่ได้มาจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมแบบฟันดำ หากแต่มาจากสื่อและคนดังต่างๆที่มีผิวขาว ธุรกิจความงามต่างๆก็ฉวยโอกาสจากค่านิยมนี้ โฆษณาขายครีมกันแดด ครีมผิวบำรุงผิวขาว และโลชันทาผิวขาวต่างๆเพื่อเกาะตลาดและสร้างรายได้ให้ตนเอง แต่จากค่านิยมที่สามารถเปลี่ยนแปลงไปได้เรื่อยๆ ก็ไม่แน่เหมือนกันว่าค่านิยมผิวขาวนี้ จะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน

natrue-mask-for-face

สรุปคือ คนเอเชียรวมทั้งคนไทย อยากมีผิวขาวเพราะค่านิยมจากสังคมและสิ่งแวดล้อม คนจากประเทศในแถบหนาวก็อยากมีผิวสีเข้มเพราะค่านิยมเช่นกัน การอยู่ในสังคมที่นิยมผิวขาวก็ทำให้คนคนนั้น อยากมีสีผิวที่อ่อนจางเพื่อให้คนอื่นในสังคมยอมรับ แต่คนที่อยู่ในสังคมที่นิยมผิวเข้ม คนคนนั้นก็อยากมีผิวเข้าด้วยเหตุผลเดียวกัน คืออยากให้คนในสังคมที่ตนอาศัยอยู่ยอมรับนั่นเอง แต่เหนือสิ่งอื่นใด การยอมรับในสิ่งที่ตนเองมี ย่อมเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *